คุณคงเคยได้ยินคำว่า ฮิสทีเรียมาบ้างนะคะ มีหลายๆ คนเลยทีเดียวที่มีความเข้าใจผิดที่คิดว่า โรคฮิสทีเรียคือ โรคของผู้หญิงที่มีความต้องการทางเพศสูง แต่......หยุดก่อนน่ะค่ะ ความจริงแล้วฮิสทีเรีย ไม่ได้เป็นแบบที่คุณคิด
ฮิสทีเรียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทค่ะ ซึ่งอาจพบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย
ประเภทที่หนึ่ง โรคประสาทฮิสทีเรีย
โรคประสาทฮิสทีเรียก็แบ่งออกเป็นสองแบบ
- แบบแรก เรียกว่า คอนเวอร์ชัน รีแอคชั่น (conversion reaction) คนที่เป็นเวลามีความเครียด กังวลใจ หรือเกิดความขัดแย้งในจิตใจมาก ๆ จะเกิดอาการผิดปกติที่ระบบการเคลื่อนไหวหรือการรับรู้ เช่น เป็นอัมพาต กล้ามเนื้ออ่อนกำลัง ชาที่แขนและขา พูดไม่มีเสียง พูดไม่ได้ ตามองไม่เห็น กล้ามเนื้อกระตุก ชัก ซึ่งเป็นอาการที่ตรวจไม่พบความผิดปกติทางร่างกายหรือทางระบบประสาทแต่อย่างใด
- แบบที่สอง เรียกว่า ดีสโซซิเอทีฟ (dissociative type) เช่น สูญเสียความจำในบางเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจจนไม่ต้องการรับรู้ จำชื่อตัวเองไม่ได้ จำเวลา สถานที่ บุคคลไม่ได้ โดยไม่ได้เกี่ยวกับความผิดปกติทางสมอง หรือมีบุคลิกภาพเปลี่ยนไปจากเดิม
และ อีกประเภทก็ คือ บุคลิกภาพแบบฮิสทีเรีย
คนที่มีบุคลิกภาพแบบฮิสทีเรียก่อนนะคะ คนพวกนี้จะเป็นคนที่มีลีลา ท่าทางและมีการแสดงออกมากจนเหมือนเล่นละคร อาจมีทีท่าชายหูชายตา เชิญชวนรวยจริตและยั่วยวน เป็นลักษณะที่แสดงออกมาเพื่อดึงดูดความสนใจ เหมือนจะเชิญชวนทอดสะพาน ให้เพศตรงข้าม ทำให้มักเข้าใจผิดว่า มีความปรารถนาทางเพศสูง ทั้ง ๆ ที่อาจมีความบกพร่องในด้าน ความรู้สึกทางเพศด้วยซ้ำ คนที่มีบุคลิกภาพแบบนี้จะมีความเป็นเด็กสูง ชอบเรียกร้องความสนใจอยู่เรื่อย ๆ จึงมีการแสดงออกทางอารมณ์ค่อนข้างมาก
ที่จริงคนเหล่านี้เป็นคนที่น่าเห็นอกเห็นใจ ที่เขาเป็นแบบนี้เพราะขาดความรักในช่วงหนึ่งของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงที่เขาต้องการอย่างมากจึงทำให้โหยหาความรักอยู่ตลอดเวลาทุกครั้งที่มีความรักก็จะไม่รู้จักพอเหมือนกับถมเท่าไรก็ไม่เต็มสักที แต่เป็นความต้องการในเรื่องความรักนะคะ ไม่ใช่เป็นเรื่องของความใคร่อย่างที่ใคร ๆ คิดกัน
ที่มาครับ http://276.freebb.com/555/555-article206.html