Choose fontsize:
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
 
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ตอบส่งหัวข้อนี้พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: " พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตายจริงหรือ? "  (อ่าน 1418 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สุชาติ สียะ 
Newbie
*

Karma: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41


« เมื่อ: 16 ธันวาคม 2008, 22:07:18 »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง

     

                                       พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตายจริงหรือ?


           เรื่องนี้.....เป็นรากฐานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของความเชื่อคริสเตียน หลังจากที่พระเยซูคริสต์ตายแล้ว 3 วัน สิ่งมหัศจรรย์ก็ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ นั่นก็คือพระเยซูคริสต์ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย และทรงอยู่กับสาวก 40 วัน หลังจากนั้นก็ทรงเสด็จขึ้นประทับอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระบิดา นี่เป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของความเชื่อคริสเตียน เพียงแต่คนคนหนึ่งหาหลักฐานเพียงชิ้นเดียวมายืนยันได้ว่า เรื่องการเป็นขึ้นจากตายของพระเยซูคริสต์เป็นเรื่องโกหก เป็นเรื่องไม่จริง เขาก็สามารถลบล้างคริสเตียนออกจากโลกนี้ได้เลย.....     
             นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีคนหลายร้อยหลายพันคน พยายามหาข้อมูลทางและหลักฐานประวัติศาสตร์เพื่อจะลบล้างความจริงในเรื่องนี้ แต่ข้อมูลและหลักฐานที่พวกเขาค้นพบนั้นแทนที่มันจะบอกว่า เรื่องการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์เป็นเรื่องโกหก แต่มันกลับตรงกันข้าม เพราะว่าข้อมูลและหลักฐานที่พวกเขาค้นพบนั้นมันกลับยิ่งสนับสนุนมากยิ่งขึ้นว่า พระเยซูคริสต์ได้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้วจริง และพวกเขาก็ต้องยอมรับว่าตัวเองเป็นคนบาปและหันกลับมาพึ่งในความรอดที่พระเยซูคริสต์ประทานให้แพวกเขาทีละคนๆ
            หลักฐานที่มั่นคงและไม่มีใครสามารถที่จะปฏิเสธได้ที่พวกเราคริสเตียนมีอยู่ในเวลานี้ ส่วนมากก็มาจากข้อมูลและหลักฐานของคนเหล่านั้นที่ตอนแรกไม่เชื่อและต่อมาก็ต้องยอมรับว่าจริง ถ้าสมมุติว่า ผมเป็นเพื่อนรักกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนทั้งปวงทั่วโลกต่างก็รู้ด้วยว่าเราเป็นเพื่อนกัน.. วันหนึ่งประธานาธิบดีตายไป มีผมรู้คนเดียวและผมได้เอาศพไปฝังไว้ใต้ดิน ต่อมามีนักข่าวมาถามผมว่า  " ประธานาธิบดีไปไหน " ผมก็ตอบว่า.. " ไปราชการลับต่างประเทศอีก 10 วันกลับ " พี่น้องคิดว่าเขาจะเชื่อผมไหม? อาจจะเชื่อ... แต่เชื่อเกิน 1 ปีไหม? ไม่มีทาง..เรื่องไม่จริงอยู่ไม่นาน ถ้าเรื่องการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์ไม่จริงก็ไม่มีทางอยู่ได้จนกระทั่งทุกวันนี้
           มีทนายความชาวอังกฤษคนหนึ่งชื่อ แฟรงค์ มอริสัน ตอนแรกท่านก็ไม่เชื่อเรื่องการเป็นขึ้นจากตายของพระเยซูคริสต์ แต่ต่อมาเมื่อท่านศึกษาหาข้อมูลและตั้งสมมุติฐานหลายประการก็ต้องยอมรับว่า พระเยซูคริสต์เป็นขึ้นมาจากความตายแล้วจริงๆ ท่านได้เขียนในหนังสือของท่านเกี่ยวกับการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูว่า  " ถ้าใครคนหนึ่งไม่เชื่อการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์ เขาก็ต้องอธิบายให้ได้ว่า พระศพของพระเยซูหายไปไหน? และต้องอธิบายได้ว่าการที่สาวกหลายร้อยคนที่เห็นพระเยซูในคราวเดียวกันและหลายวัน เป็นอย่างไร?..เพราะนี่เป็นเรื่องจริงที่มีบันทึกในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ( พี่น้องสามารถไปดูได้จากตำราต่างๆที่พูดถึงอารยธรรมตะวันตกจากผู้เขียนที่มีใจเป็นกลางและสัตย์ซื่อต่อข้อมูลที่เขาค้นพบ )


 ข้ออ้างต่างๆของคนที่ไม่เชื่อในเรื่องการเป็นขึ้นจากตายของพระเยซูคริสต์
1. เขาอ้างว่าศพพระเยซูหายไปเพราะคนที่ตรึงพระเยซูเอาไปเอง
คำตอบของคริสเตียน - ถ้าเป็นเช่นนี้เมื่อสาวกของพระเยซูประกาศว่าพระเยซูเป็นขึ้นจากตาย เขาก็เอาศพออกมาให้ดูได้ว่า พวกสาวกโกหก
2. เขาอ้างว่าพระศพพระเยซูหายไปเพราะสาวกขโมยไป
คำตอบของคริสเตียน - อาจเป็นไปได้ แต่ถ้าสาวกขโมยศพไปพวกเขาก็ต้องรู้อยู่แก่ใจ เมื่อเป็นเช่นนี้พวกเขาก็รู้ดีว่า พวกเขากำลังโกหก และทำไมพวกเขาจึงยอมตายเพื่อเรื่องโกหกไม่จริงด้วย อาจจะว่าพวกเขาเป็นคนบ้า แต่ประวัติศาสตร์ได้บอกเราอย่างชัดเจนว่า พวกสาวกไม่ได้บ้า และ ไม่เพียงแต่สาวกในรุ่นแรกจะยอมตายเพื่อพระเยซูเท่านั้น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีคนตายเพื่อความเชื่อในพระเยซูคริสต์สูงถึง 40 ล้านคนทั่วโลก
3. เขาอ้างว่าการที่พระศพพระเยซูหายไปเพราะพระเยซูแกล้งตายต่อมาจึงหลบหนีไป
คำตอบของคริสเตียน - เป็นไปไม่ได้ ในพระคริสต์ธรรมคัมภีร์บันทึกอย่างชัดเจนว่า หลังจากพระเยซูตาย ทหารได้เอาหอกมาแทงสีข้าง และน้ำกับเลือดก็ไหลออกมา ซึ่งวงการแพทย์ก็รู้ดีว่า ถ้ามีลักษณะเช่นนี้แสดงว่าตายแน่แน่ และอีกอย่างพระเยซูรับการทรมาณอย่างมากบนไม้กางเขน ถ้าแกล้งตายจะมีแรงเปิดปากอุโมงค์และต่อสู้ทหาร 20-30 คนได้อย่างไร? ( พระเยซูถูกฝังไว้ในอุโมงค์ฝังศพ และมีพวกทหารมาเฝ้า 1 กอง เพราะพวกศัตรูกลัวว่า พวกสาวกจะมาขโมยศพไป แล้วมาอ้างว่าพระเยซูคริสต์เป็นขึ้นจากตาย )
4. เขาอ้างว่าการที่พระศพของพระเยซูหายไปเพราะคนอื่นขโมยไป
คำตอบของคริสเตียน - เป็นไปไม่ได้ ไม่มีแรงจูงใจอะไรที่คนไม่เกี่ยวข้องจะทำเช่นนั้น และต้องเสี่ยงอันตรายด้วย
5. เขาอ้างว่าการที่พระศพของพระเยซูหายไปเพราะพวกทหารเฝ้าอุโมงค์ขโมยไปเอง
คำตอบของคริสเตียน - เป็นไปไม่ได้เพราะการที่ทหารจะทำอย่างนั้น เขาต้องพร้อมใจกันทำทั้งหมด ( มีทหารเฝ้าอุโมงค์ฝังศพ 20-30 คน ) และต้องเสี่ยงกับกฏหมายที่มีบทลงโทษอย่างรุนแรง และที่สำคัญไม่มีแรงจูงใจอะไรในการที่ทหารจะทำเช่นนั้น
6. เขาอ้างว่าพระเยซูคริสต์ที่พวกสาวกหลายร้อยคนเห็นพร้อมกันนั้นเป็นภาพลวงตา
คำตอบของคริสเตียน - วงการแพทย์บอกอย่างชัดเจนว่า คนเราอาจเห็นภาพลวงตาได้ แต่ไม่มีใครเห็นภาพลวงตาที่เหมือนกันได้เลย นั่นแสดงว่าข้ออ้างนี้เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด ถ้าเช่นนั้นจะมีคำอธิบายอะไรได้อีกว่า พระศพของพระเยซูคริสต์หายไปไหน? พระเยซูคริสต์ที่หลายร้อยคนเห็นพร้อมกันนั้นคืออะไรกันแน่? นอกจากจะอธิบายได้เพียงอย่างเดียวว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายแล้วจริงๆ
           นอกจากข้อพิสูจน์ข้างต้นนี้แล้ว พวกเราคริสเตียนยังมีข้อมูลอีกมากเกี่ยวกับ การเป็นขึ้นมาจากความตาย ซึ่งท่านผู้อ่านที่รักสามารถไปหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้ศึกษาเพิ่มเติมได้ในคริสตจักรที่ใกล้บ้านท่าน แต่ผมเชื่อว่าตามเหตุผลข้างต้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ท่านสามารถตัดสินใจว่าเรื่องการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระเยซูคริสต์นี้เป็นเรื่องจริง และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ท่านมั่นใจได้เลยว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นจากตายและยังมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้และตลอดไปเป็นนิตย์นั่นก็คือ ไม่ว่าข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของพระองค์ไปที่ไหน ความหวังใหม่ การเปลี่ยนแปลงใหม่ ชีวิตใหม่ก็เกิดที่นั่น คนที่ชั่วช้ารับการปลี่ยนแปลง คนที่สิ้นหวังได้รับพลัง คนที่ท้อถอยได้กำลังใจ คนที่กลัวตายกลับกล้าเผชิญกับความตายได้อย่างกล้าหาญ เพราะข่าวเรื่องความรอดของพระองค์.....เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านจะรอช้าอยู่ทำไม ขอเชิญท่านตัดสินใจเถิด



                                       พี่น้องมีอิสระในการเลือก


               พี่น้องที่รักครับ เวลานี้ท่านเป็นคนหนึ่งที่มีความผิดบาปมากมายซ่อนอยู่ในชีวิตใช่ไหม?.....บัดนี้ท่านได้รู้แล้วว่า โลกนี้มีพระเจ้าเป็นผู้สร้าง พระองค์เป็นผู้สร้างท่าน พระองค์ทรงมีกฏเกณฑ์ให้แก่ท่าน พระองค์ไม่ทรงบังคับท่านต้องทำตามกฏเกณฑ์ แต่ท่านมีอิสระที่จะตัดสินในได้เอง และท่านก็ทราบดีอยู่แก่ใจว่า ท่านใช้อิสระที่มีอยู่ในตัวในทางที่ผิด นั่นเป็นเหตุที่ทำให้ท่านต้องพบกับการพิพากษาอันยุติธรรมของพระเจ้า แต่ด้วยความรักในท่าน พระเจ้าจึงได้ทรงประทานพระเยซูคริสต์พระบุตรองค์เดียวของพระองค์เข้ามาในโลก มาตายบนไม้กางเขนเพื่อรับโทษความผิดบาปแทนท่าน และวันที่ 3 พระองค์ก็ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย ทรงเสด็จขึ้นและบัดนี้พระองค์ทรงพร้อมแล้วที่จะประทานความรอดให้แก่ท่าน มีสิ่งหนึ่งที่พระองค์จะไม่ทำแม้พระองค์จะทรงทำได้ นั่นก็คือ บังคับท่านให้ยอมรับการรับโทษบาปแทนของพระองค์ แต่พระองค์ให้ท่านมีอิสระที่จะเลือก...บัดนี้ขอท่านใช้อิสระในการเลือกที่มีอยู่ภายในท่านอีกครั้งหนึ่ง อย่าลืมว่า การตัดสินใจของท่านในเวลานี้มีผลต่อชีวิตของท่านไม่ว่าในโลกนี้หรือชีวิตหลังความตาย
            ถ้าท่านปรารถนาที่จะต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของท่าน ขอให้ท่านพูดจากใจจริงของท่านเดี๋ยวนี้เถิดว่า  " พระเยซูคริสต์ ข้าพระองค์รู้ว่าข้าพระองค์เป็นคนบาป และสมควรแก่การลงโทษ บัดนี้ข้าพระองค์ขอพูดจากใจจริงของข้าพระองค์ว่า โปรดยกโทษความผิดบาปที่ข้าพระองค์ได้ทำมาด้วยเถิด และขอเข้ามาในใจของข้าพระองค์ ขอเปลี่ยนแปลงชีวิตของ
ข้าพระองค์ให้ดีงามและเป็นที่พอพระทัยของพระองค์ด้วยเถิด ข้าพระองค์ขออธิษฐานในพระนามของพระเยซูคริสต์ อาเมน ......ถ้าท่านพูดด้วยใจจริงตามข้างต้นนี้แล้ว ขอให้ท่านมั่นใจเถิดว่า พระเยซูได้ทรงยกโทษความผิดบาปให้แก่ท่านแล้วอย่างสิ้นเชิง และท่านก็ไม่ต้องถูกพิพากษาลงโทษอีกต่อไป!

                                                                                                               - สุชาติ -
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
คำตัน 
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 08 มีนาคม 2010, 15:44:52 »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง

หากการเป็นขึ้นมาจากตายไม่มีจริง แต่พระเจ้ายังอยู่  ศาสนาพุทธ ไม่ได้เน้นเรื่องการตายของพุทธเจ้า ก็ยังอยู่ได้ อิสลาม แม้มูฮัมหมัดจะจากโลกไปนาน
ก็อยู่ได้ คริสต์อยู่ไม่ได้หากไม่มีการเป็นขึ้นจากตาย น่าจะเป็นการเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวงแล้วหล่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ตอบส่งหัวข้อนี้พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF
Forum Pangmapha Hospital Power Byed | ICT Pangmapha Hospital | XHTML | CSS